bread2 biosafety tbc

ข้าวโพด GA21
ทนทานสารกำจัดวัชพืชไกรโฟเสท (glyphosate)
ใช้เป็นอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์
ไม่ควรปลูกนอกพื้นที่ที่ปลูกข้าวโพดตามปกติ
ผลิตโดย Monsanto Company


ข้าวโพด (Zea mays L.) เป็นพืชที่ปลูกเป็นการค้ามากกว่า 100 ประเทศ มีผลผลิตโดยรวม 590 ล้านตัน ผู้ผลิต ข้าวโพดที่สำคัญในปี 2000 คือ สหรัฐอเมริกา จีน บราซิล เม็กซิโก ฝรั่งเศส และอาร์เจนติน่า ข้าวโพดที่ปลูกส่วนใหญ่เพื่อใช้เมล็ด และนำไปแปร รูปเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ในรูปของอาหาร ยา และสินค้าอุตสาหกรรม
มีเพียงเล็กน้อยที่ใช้ข้าวโพดทั้งเมล็ดในการบริโภคของมนุษย์ ส่วนน้ำมันข้าวโพดนั้นสกัดมาจากส่วนคัภพะ (germ) ของเมล็ด นอกจากนี้ ยังใช้เมล็ดข้าวโพดเป็นวัตถุดิบในการผลิตแป้งข้าวโพด มีความซับซ้อนในกระบวนการแปรรูปที่จะเปลี่ยนแป้งให้เป็น สารเพิ่มความหวาน น้ำเชื่อม และผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการหมัก รวมถึง อีธานอล ผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวโพด สารเพิ่มความหวาน แป้งและน้ำมัน ใช้เป็นส่วนประกอบ ของอาหารแปรรูปหลายชนิด เช่นอาหารเช้าธัญพืช สิ้นค้าประเภทนม และหมากฝรั่ง
ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ได้ใช้ข้าวโพดเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งมีประมาณ 80%ของพืชที่ใช้เป็นอาหารปศุสัตว์ ข้าวโพดทั้งต้น เมล็ด และ ผลิตภัณฑ์แปรรูปหลายชนิด เช่น gluten และ steep liquor ได้ใช้เป็นส่วนของอาหารสัตว์ หญ้าหมักที่ทำจากข้าวโพดทั้งต้น มาจากพื้นที่ปลูกข้าว โพดประมาณ 10-12% ต่อปี และเป็นอาหารที่สำคัญของสัตว์เคี้ยวเอื้อง ปศุสัตว์ที่ใช้ข้าวโพดเป็นอาหารได้แก่ วัว หมู สัตว์ปีก แพะ แกะ ปลา และ สัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน
อุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากข้าวโพด ได้แก่ กระดาษที่นำมาใช้ใหม่ สี เครื่องสำอาง ยา และชิ้นส่วนรถยนต์
ไกรโฟเสท จะจับอย่างเฉพาะเจาะจงและทำให้ไม่งาน กับเอ็นไซม์ 5-enolpyruvylshikimate-3-phosphate synthase (EPSPS) ซึ่งเป็นส่วนของ เส้นทาง (pathway) ชีวเคมีของพืชที่สำคัญ เรียกเส้นทางนี้ว่า เส้นทาง shikimate เส้นทาง shikimate นี้ จะเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ทางชีวะ (biosynthesis) ของ กรดอะมิโนที่มีกลิ่นหอม tyrosine, phenylalanine และ tryptophan และสารประกอบที่มีกลิ่นหอมอื่นๆ (aromatic compounds) เมื่อพืชปกติได้รับ ไกรโฟเสท ก็จะใม่สามารถผลิตกรดอะมิโนที่มีกลิ่นหอมที่จำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่รอด เอ็นไซม์ EPSPS มีอยู่ในพืชทุกชนิด แบคทีเรียและรา แต่ไม่มีในสัตว์ ซึ่งไม่สังเคราะห์กรดอะมิโนได้ด้วยตัวเอง ดังนั้น EPSPS จึงมีอยู่อย่างปกติในอาหารที่มาจากพืชและจุลินทรีย์
ข้าวโพดสายพันธุ์ GA21 ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมโดยวิธี particle acceleration (biolistic) transformation ให้ทนทานต่อสารเคมีกำจัดวัชพืชที่มี ไกรโฟเสท ยีน EPSPS ที่แยกมาจากข้าวโพด ได้รับการดัดแปลงโดยการทำ site-directed mutagenesis ซึ่งจะทำให้เอ็นไซม์ที่ถูกถอดรหัสมาไม่มีความรู้สึก ต่อการไม่ทำงาน โดยไกรโฟเสท และสอดใส่เข้าไปในข้าวโพดสายพันธุ์แท้ AT ข้าวโพดสายพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรมจะช่วยให้เกษตรกรใช้สาร กำจัดวัชพืชที่มีไกรโฟเสท เพื่อควบคุมวัชพืชในการเพาะปลูกข้าวโพด
ข้าวโพดสายพันธุ์ GA21 ได้รับการทดสอบในแปลงตั้งแต่ปี 1994 ถึง 1996 ใน 4 รัฐ ของประเทศสหรัฐอเมริกา เปอร์โตริโก และแคนาดา รายงาน จากแปลงทดลองชี้ให้เห็นว่า ข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม GA21 ไม่ได้แสดงลักษณะที่ผิดปกติใดๆ ไม่ได้แสดงว่าจะเพิ่มโอกาสที่จะเป็นวัชพืช และไม่ได้มีผลต่อสิ่งมีชีวิตที่มิใช่เป้าหมายหรือสิ่งแวดล้อมโดยทั่วไปที่สังเกตุได้ ข้าวโพดสายพันธุ์ GA21 ยังมีลักษณะทางการเกษตรเหมือนสาย พันธุ์แท้ที่เป็นพ่อแม่ และแตกต่างแต่เพียงมีความทนทานต่อไกรโฟเสท
ข้าวโพดไม่มีชนิดพันธุ์ที่ใกล้ชิดใดๆ เติบโตอยู่ในสภาพธรรมชาติในผืนแผ่นดินสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ข้าวโพดที่เพาะปลูกสามารถผสมข้าม กับพืชล้มลุก teosinte (Zea mays subsp. mexicana) ได้ในธรรมชาติ เมื่อปลูกอยู่ใกล้ชิดกัน อย่างไรก็ดี ข้าวโพดที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาตินี้ เป็นพืชพื้นบ้านในอเมริกากลางและไม่ได้เป็นพืชที่อยู่อาศัยในอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ ลักษณะการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ ไม่ได้รับการ เปลี่ยนแปลงในข้าวโพดพันธุ์ GA21 ดังนั้น การแลกเปลี่ยนยีนระหว่าง ข้าวโพดพันธุ์ GA21 และข้าวโพดที่มีความใกล้ชิดที่มีอยู่ในธรรมชาติ จึงได้รับการพิจารณาว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากในระบบนิเวศที่มีการจัดการ และไม่มีศักยภาพที่จะเกิดการเคลื่อนย้ายของยีนไปยังชนิดพันธุ์ ตามธรรมชาติที่มีอยู่ในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา
มีการพิจารณาว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าการใช้พืชที่ทนทานต่อ ไกรโฟเสท จะส่งผลให้เกิดการใช้สารกำจัดวัชพืชเพิ่มขึ้น และนำไปสู่การวิวัฒนาการ ของวัชพืชที่ต้านทานต่อไกรโฟเสท ได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่าความเสี่ยงที่จะเพิ่มการคัดเลือกวัชพืชที่ทนทานไกรโฟเสทนั้นต่ำมาก และทำให้ เบาบางลงได้โดยการใช้สารกำจัดวัชพืชชนิดอื่น ที่มีหน้าที่ที่กระทำไม่เหมือนไกรโฟเสท และสรุปได้ว่า เป็นไปได้ยากที่จะมีผลกระทบที่เป็นภัย ต่อการปฎิบัติทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้าวโพดสายพันธุ์ GA21
ข้าวโพดสายพันธุ์ GA21 ได้รับการประเมินความปลอดภัยของอาหารมนุษย์และสัตว์ บนเกณฑ์มาตรฐานหลายอย่าง ตัวอย่างข้าวโพดทั้งที่เป็น วัตถุดิบอาหารสัตว์และเมล็ดจากข้าวโพดพันธุ์ GA21 ได้รับการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ การวิเคราะห์อาหารสัตว์โดยการพิจารณาจาก proximate composition ได้แก่ เถ้า แคลเซียม คาร์โบไฮเดรด เส้นใย ความชื้น และฟอสฟอรัส โปรตีนและไขมัน ส่วนเมล็ดทำการวิเคราะห์ โปรตีน ไขมัน เถ้า คาร์โบไฮเดรด เส้นใย แคลเซียมและฟอสฟอรัส เช่นเดียวกับ กรดอะมิโน และกรดไขมัน ทำการวิเคราะห์เพิ่มเติมในธาตุอาหารรอง สารยับยั้ง trypsin กรด phytic และวิตามินอี ซึ่งไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ในองค์ประกอบของธาตุอาหารระหว่างข้าวโพดพันธุ์ GA21 และข้าว โพดพันธุ์การค้า ทั้งในเมล็ดและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ข้อมูลเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนโดยการศึกษาการให้อาหารสัตว์ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้ง ถึงความเท่าเทียมกันทางโภชนาการของเมล็ดจากข้าวโพดพันธุ์ GA21 กับข้าวโพดที่ไม่ได้ดัดแปลงพันธุกรรม บนพื้นฐานของการเจริญเติบโตที่ เท่าเทียมกันและส่วนประกอบทางร่างกายของไก่กระทง
ได้มีการเปรียบเทียบลำดับกรดอะมิโนของโปรตีน EPSPS ที่ดัดแปลงกับทั้งลำดับของเอ็นไซม์ EPSPSที่เป็นชนิดดั่งเดิม และลำดับที่รู้ว่าเป็น โปรตีนสารพิษและสารก่อภูมิแพ้ พบว่าโปรตีนที่ดัดแปลงจะคล้ายคลึงกับเอ็นไซม์จากข้าวโพดดั่งเดิมซึ่งคิดเป็น 99.3% และไม่พบลำดับที่เหมือน กับลำดับที่รู้ว่าเป็นสารพิษและสารก่อภูมิแพ้แต่อย่างใด โปรตีน EPSPS ที่ดัดแปลงจะถูกย่อยได้ง่ายในสภาพสิ่งแวดล้อมที่เลียนแบบการย่อยของ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในห้องปฎิบัติการทดลองให้อาหารสัตว์ หนูจะได้รับโปรตีนที่ดัดแปลงในอัตราสูงโดยไม่ได้แสดงผลที่เป็นภัยใดๆ เมื่อรวม ข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมด จะเห็นได้ว่า โปรตีน EPSPS ที่ดัดแปลง ในข้าวโพดพันธุ์ GA21ไม่ได้มีศักยภาพใดๆ ที่จะเป็นสารพิษหรือสารก่อภูมิแพ้ใน มนุษย์

ข้อมูลนี้ได้มาจาก http://www.essentialbiosafety.info